top of page
Search

วิธีการจัดการเรียนรู้และปรับเปลี่ยน เพื่อการดำรงชีวิตแบบปกติใหม่ในสภาวการณ์โรคระบาด

  • Writer: Santidarun School
    Santidarun School
  • Jun 23, 2020
  • 1 min read

Updated: Jun 24, 2020


แนวทางการเรียนรู้และปรับเปลี่ยน ในสภาวการณ์โรคระบาด


เปิดเทอมใหม่นี้ ผู้บริหาร คุณครูและบุคลากรของโรงเรียนสันติดรุณ พิจารณาไตร่ตรอง ทบทวน และวางแผนกันหลายครั้งและหลายมิติ ว่าเราจะเปิดเทอมในสภาวการณ์โรคระบาดนี้ไปได้อย่างไร ให้ปลอดภัยและดีที่สุดสำหรับเด็กๆ ของเรา


เราได้ศึกษาโมเดลการเปิดเรียนจากโรงเรียนทั้งต่างประเทศและในประเทศ โดยเบื้องต้นมีการทดลองเรียนออนไลน์ ทดลองการสื่อสารระหว่างครูและนักเรียนผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อใช้ในการวางแผนการเรียนการสอนหากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น เราสังเกต และสำรวจจากการเยี่ยมบ้านผู้ปกครอง การรับความคิดเห็นผ่านแบบสอบถาม การพูดคุยระหว่างครูและผู้ปกครอง รวมถึงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจากทั้งภาคการศึกษา และ การสาธารณสุข

เราเล็งเห็นว่า สภาวการณ์โรคระบาดครั้งนี้จะเป็นไปอย่างยาวนาน ดังนั้นข้อสำคัญที่สุด คือ เราต้องเรียนรู้และ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด พฤติกรรม วิถีชีวิต เพื่ออยู่ร่วมกับโรคระบาดให้ได้ การเรียนรู้ของเด็กๆ ต้องมีประสิทธิภาพ เท่าเทียม และเหมาะสมกับสถานการณ์


ทั้งยังเข้าใจถึงบริบทของแต่ละครอบครัว ไม่ผลักภาระไปยังผู้ปกครอง ในสถานการณ์ที่ผู้ปกครองเอง ก็จำเป็นที่ต้องพยายามมากขึ้นในสภาวการณ์ที่เศรษฐกิจและสังคมได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์นี้


เราจึงวางเป้าหมาย “เปิดเทอมที่สันติดรุณ นักเรียนมาโรงเรียนได้ทุกวันตามปกติ” เป็นเป้าหมายแรกในการวางแผนปรับรูปแบบการเรียนการสอนในภาคเรียนนี้ และยังต้องทำให้เกิดขึ้น ภายใต้การส่งเสริมการลดระยะห่างทางสังคม สร้างความปลอดภัยให้ทุกชีวิต โดยมีกำหนดมาตรการคร่าวๆ คือ

  1. การดำเนินการเรียนการสอนแบบปกติ โดยใช้วิธีปรับรูปแบบการเรียนการสอน โดยที่ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องผลัดวันกันมาโรงเรียน

โรงเรียนได้ดำเนินการจัดกลุ่มนักเรียน โดยแบ่งให้แต่ละห้องเรียนมีจำนวนนักเรียน ไม่เกิน 25 คน โดยที่นักเรียนจะได้เรียนร่วมกับเพื่นร่วมชั้นเดียวกันในทุกรายวิชา จะไม่มีการย้ายหรือสลับกลุ่มเรียน


และเพื่อให้สามารถจัดห้องเรียน และ มีบุคลากรครูเพียงพอต่อการสอน โดยไม่จำเป็นต้องผลัดกันเรียน สลับวันมาเรียน หรือ เหลื่อมเวลาเรียน โรงเรียนจึงจำเป็นดำเนินการตัดรายวิชา โดยเฉพาะรายวิชาที่ต้องมีความเสี่ยงในการสัมผัสกัน หรือ รายวิชาที่ต้องใช้บุคลากรเฉพาะในการสอนจนไม่เพียงพอต่อการแบ่งสรรห้องเรียน ออกไปก่อน โดยมุ่งจัดการเรียนการสอนเฉพาะวิชาสามัญตามหลักสูตรหลักแกนกลางเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น ในบางระดับชั้น มีการลดเวลาเรียนวิชาภาษาอรับ/อัลกุรอาน ปรับวิชาพลศึกษา ยกเลิกการเรียนว่ายน้ำ และ ลดวิชาดนตรี ศิลปะ ลูกเสือ เป็นต้น




2. แบ่งพื้นที่ ลดกิจกรรมการรวมกลุ่ม เพื่อส่งเสริมระยะห่างทางสังคม


2.1 โรงเรียนได้มีการแบ่งสรรพื้นที่ และ จัดกลุ่มนักเรียนเป็นคลัสเตอร์ เพื่อลดความเสี่ยงการสัมผัสระหว่างนักเรียนในแต่ละวัย ตามที่ได้กล่าวในบทความแนวทางที่ 1

2.2 งดกิจกรรมการเข้าแถวหน้าเสาธง กิจกรรมการรวมตัว กิจกรรมวันพิเศษต่างๆ

2.3 ลดเวลาการใช้ห้องเรียนร่วม เช่น ห้องดนตรี ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องสมุด (กรณีห้องสมุด นักเรียนแจ้งยืมหนังสือที่ครูและนำมาอ่านในห้องเรียนของตัวเอง) หากจำเป็นต้องใช้ห้องเรียนร่วม ต้องทำความสะอาดฆ่าเชื้อหลังใช้ และ เปิดอากาศให้ถ่ายเท อย่างน้อย ๑ ชั่วโมง ก่อนการใช้ของนักเรียนห้องถัดไป

2.4 โรงเรียนจำเป็นต้องยกเลิกการละหมาดรวม (ละหมาดญะมาอะห์) ของนักเรียนทุกระดับชั้นที่ห้องประชุมโรงเรียน โดยให้ครูประจำชั้นของแต่ละระดับ จัดให้นักเรียนละหมาดร่วมกันกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนภายในห้องเรียนของตนเองเท่านั้น



3. ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตใจนักเรียน


เมื่อต้องยกเลิกกิจกรรมพิเศษ ที่ต้องทำให้เกิดการรวมตัว และ กิจกรรมพิเศษอื่นๆไป รวมถึงการนั่งเรียน การออกแบบการเล่น ที่มีข้อจำกัดจากเดิม ที่อาจจะทำให้เด็กๆรู้สึกอึดอัด จึงมอบนโยบายให้ครูประจำชั้นหรือครูผู้สอนในแต่ละวิชา ได้พัฒนาการจัดกิจกรรมบูรณาการ การเรียนรู้ ที่มีความคิดสร้างสรรค์ ความบันเทิง กิจกรรมตามความสนใจ หรือการฝึกความคิด ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของเด็กๆ เพื่อลดสภาวะเครียดจากข้อกำหนดเกี่ยวกับการรักษาระยะห่างที่เคร่งครัด


นอกจากนั้นโรงเรียนสันติดรุณจะจัดคาบอิสระให้นักเรียนในแต่ละระดับชั้น โดยเป็นคาบที่เน้นให้นักเรียนทำกิจกรรมนอกห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนไม่ต้องอยู่แต่ในห้องเรียนในทุกเวลา อาทิ การเล่นในสนามเด็กเล่น การแข่งขันกีฬา โดยอยู่ในการดูแลของครูประจำชั้น โดยโรงเรียนจัดพื้นที่ที่อนุญาตเฉพาะนักเรียนในแต่ละกลุ่มเท่านั้น และเพื่อไม่ให้ปะปนกันกับนักเรียนระดับชั้นอื่นๆ โรงเรียนจึงได้จัดตารางเรียนคาบอิสระให้กับทุกระดับชั้น ในเวลาที่แตกต่างกันออกไป


ทั้งนี้ ครูประจำชั้น ครูผู้สอน หรือครูผู้ช่วย ที่ทำหน้าที่ดูแลนักเรียนระดับชั้นนั้นๆ โดยสอดส่องและตักเตือนให้นักเรียนรักษาระยะห่างระหว่างกัน และก่อนหมดเวลาคาบเรียนอิสระให้นักเรียนทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อยก่อนขึ้นห้องเรียน และให้บุคลากรทำความสะอาดฆ่าเชื้อสถานที่ ก่อนที่จะมีห้องเรียนอื่นมาใช้สถานที่ต่อไป



4. เตรียมพร้อมเสมอเพื่อการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง


ครูผู้สอน จะเตรียมการสอนแบบเรียนที่บ้าน (Home-based Learning) ควบคู่ไว้ทุกรายวิชา เป็นแนวทางสำหรับกรณีฉุกเฉินที่ทางกระทรวงศึกษาธิการประกาศให้หยุดดำเนินการเรียนการสอนที่โรงเรียน หรือกรณีที่นักเรียนบางคน ถูกกำหนดให้หยุดเฝ้าระวังตัวที่บ้าน เพื่อให้การเรียนการสอนของนักเรียนต่อเนื่อง

โดยในกรณีจำเป็นดังกล่าว กำหนดให้ครูผู้สอนติดต่อเรื่องการเรียนการสอนกับนักเรียนผ่าน Google Classroom หรืออีเมลของโรงเรียนเป็นหลัก เพื่อให้ฝ่ายวิชาการโรงเรียนสามารถติดตามและประเมินผลภาพรวมของการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้น หาก ผู้ปกครอง หรือ บุคคลใกล้ชิดในครอบครัว หรือ บุคคลที่ทำงานของท่าน มีอาการป่วยใดๆ ก็ตาม หรือ ภาวะเสี่ยงสัมผัสผู้ป่วย Covid-19 หรือ เคยเดินทางไปยังสถานที่ที่มีความเสี่ยง ขอให้รีบแจ้งมายังโรงเรียนทันที และ งดเว้นการมาโรงเรียนของนักเรียนโดยเด็ดขาด โดย ผู้ปกครองไม่ต้องกังวลว่านักเรียนจะเรียนล่าช้า ไม่ทันบทเรียน โรงเรียนจะดูแลเรื่องการเรียนในระหว่างที่หยุดรักษาตัว หรือ ดูอาการ เป็นรายบุคคล เพื่อให้นักเรียนยังได้รับความรู้ ส่งเสริมพัฒนาการเช่นเดิม


ในทุกภาวะวิกฤตเราจะมองเห็นโอกาสอยู่เสมอ ขอให้รับมือกับวิกฤตต่างๆ อย่างมีสติ โรคระบาดทำให้เราหวาดกลัว แต่ทำให้เราได้เรียนรู้วิธีป้องกันตัวเองมากขึ้น โรคระบาดอาจทำให้หลายๆ อย่างหยุดชะงัก แต่การเรียนรู้ของเด็กๆ สันติดรุณจะต้องไม่หยุด

 
 
 

Comments


Santidarun School

โรงเรียนสันติดุรณ

02-463-6948

44/6 หมู่ 3 ถนนสุขสวัสดิ์ 70/21 ตำบลบางครุ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ 10130

44/6 Moo 3, Bangkru, Phrapradaeng, Samutprakan 10130

  • facebook

©2020 by Santidarun School.

bottom of page